พรรคมีนโยบายในการจัดการขยะอันตรายและขยะพิษของประเทศไทยมุ่งเน้นไปที่การเปลี่ยนผ่านสู่ เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และการบังคับใช้กฎหมายใหม่ที่เข้มงวดขึ้น โดยมีประเด็นสำคัญคือ การผลักดันกฎหมายความรับผิดชอบต่อผลิตภัณฑ์ (Extended Producer Responsibility) ที่จะกำหนดให้ ผู้ผลิตต้องรับผิดชอบขยะ ทั้งขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) โดยผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและมือถือต้องมีจุดรับคืน (Take-back System) และแผนการจัดการซากผลิตภัณฑ์ที่ชัดเจน กรมควบคุมมลพิษ
รวมทั้ง การผลักดันนโยบายกำจัดขยะอุตสาหกรรมและกากพิษ โดยจะออกระเบียบ ข้อบังคับ ให้มีการจัดทำระบบการติดตามดิจิทัล กับโรงงานทุกแห่งที่ต้องรายงานการเคลื่อนย้ายกากอุตสาหกรรมผ่านระบบ GPS และคิวอาร์โค้ดแบบ Real-time เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการลักลอบการนำขยะพิษไปทิ้งในที่ดินส่วนบุคคลหรือแหล่งน้ำ ซึ่งอยู่บนความรับผิดชอบในการตรวจสอบของกรมโรงงานอุตสาหกรรม รวมทั้งการการปรับปรุงเพิ่มโทษบทลงโทษทางอาญาและทางแพ่งให้สูงขึ้นสำหรับโรงงานหรือรถขนส่งที่ทิ้งขยะพิษไม่ถูกวิธี
และนโยบายในการจัดการขยะอันตรายในครัวเรือน (Household Hazardous Waste) รัฐจะกำหนดให้ท้องถิ่นจัดตั้งระบบแยกเก็บขยะพิษตามบ้าน ให้มีจุดรับทิ้งขยะอันตราย เพิ่มจุดรับทิ้ง หลอดไฟ แบตเตอรี่ กระป๋องสเปรย์ และยาหมดอายุ ตามห้างสรรพสินค้าและตามแหล่งชุมชน รวมทั้งกำหนดมาตรการจัดตารางวันเก็บขยะพิษ ให้มีตารางรถเข้าจัดเก็บขยะอันตรายแยกจากขยะทั่วไปอย่างน้อยเดือนละ ๑ - ๒ ครั้ง
และสุดท้ายพรรคจะดำเนินการผลักดันนโยบายประเทศไทยไร้ขยะพิษนำเข้าอย่างเด็ดขาด โดยการยกเลิกและห้ามการนำเข้าเศษพลาสติกและขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างสิ้นเชิง โดยจะประกาศใช้มาตรการห้ามนำเข้าขยะจากต่างประเทศอย่างเด็ดขาด เพื่อป้องกันไม่ให้ไทยเป็นที่ทิ้งถังขยะพิษของโลก รวมทั้งมีนโยบายในการกำหนดโทษของผู้ที่กระทำผิดอย่างเด็ดขาด และมอบนโยบายและสนับสนุนให้กับหน่วยงานที่กำกับดูแลเพื่อให้สามารถกำกับดูแลได้อย่างมีประสิทธิภาพ