นโยบายใช้หนี้ กยศ. ด้วยงานราชการ พรรครวมไทยสร้างชาติ

นโยบาย

  • นโยบายสร้างโอกาสทางการศึกษาในการจัดสรรงบประมาณให้เยาวชนสามารถกู้ยืมเรียนจากกองทุน กยศ. ได้ทุกคน ด้วยงบ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี และนโยบายยกเลิกการฟ้องลูกหนี้ กยศ.ที่สุจริต ๑๓๐,๐๐๐ คน และนโยบายให้ลูกหนี้ กยศ. ใช้หนี้ด้วยงานในตำแหน่ง ๑๘,๗๒๐ ล้านบาทเพื่อหักหนี้เดือนละ ๑๒,๐๐๐ บาทในระยะเวลา ๑ ปี

พรรคมีนโยบายในเรื่องกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาอยู่ ๓ นโยบายได้แก่ นโยบายในการสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับเยาวชนไทยทุกคนสามารถเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาผ่านการกู้ยืมเงินจากกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ให้เยาวชนที่ต้องการเรียนหนังสือสามารถกู้ยืมเรียนได้ทุกคนทุกสาขาวิชาในระดับปริญญาตรี และ นโยบายในการยกเลิกการฟ้องคดีและยกเลิกการดำเนินคดี ลูกหนี้ กยศ. ๑๓๐,๐๐๐ คน และ นโยบายใช้หนี้ด้วยงานสำหรับลูกหนี้ที่ได้รับการยกฟ้องเพื่อให้ลูกหนี้กลับมาช่วยทำงานราชการหรืองานสังคมเพื่อชดใช้หนี้ ทั้ง ๓ นโยบายมีวัตถุประสงค์ที่จะให้โอกาสทางการศึกษาแก่นักเรียนนักศึกษาที่ขาดเงินทุนในการเรียนหนังสือ และวัตถุประสงค์ในการช่วยประคับประคองลูกหนี้ของกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ที่ประสบปัญหากำลังถูกบังคับคดีหรือกำลังจะถูกฟ้องร้อง ด้วยการยกเลิกการดำเนินคดีต่างๆ และโอกาสในการใช้หนี้ด้วยงาน

นโยบายที่พรรคเสนอนั้นคือการที่รัฐจะยกเลิกการฟ้องคดีกับลูกหนี้ กยศ. ที่สุจริต และให้ลูกหนี้นั้นสามารถเข้าโครงการใช้หนี้ด้วยงาน ซึ่งคือการชำระหนี้ได้ด้วยการนำความรู้และแรงงานมาทำงานชดเชยให้รัฐและทำงานเพื่อประโยชน์สาธารณะแทนการชำระหนี้ด้วยเงินที่ได้กู้ยืมจากกองทุน กยศ. ซึ่งเมื่อศึกษาในรายละเอียดแล้ว จะพบว่าบุคคลที่เป็นลูกหนี้ที่มีปัญหาถึงต้องถูกฟ้องคดีนั้น แบ่งเป็น ๓ กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ทุจริตมีเจตนาไม่ยอมจ่ายหนี้ กลุ่มที่มีภาระความรับผิดชอบต้องเลี้ยงดูครอบครัวจนไม่สามารถนำเงินมาจ่ายคืนได้ และกลุ่มสุดท้ายกลุ่มนักศึกษาจบใหม่ที่ยังไม่สามารถหางานทำได้หรือแม้กระทั่งคนที่ต้องถูกให้ออกจากงาน นโยบายให้หนี้ด้วยงานที่พรรคจะให้สิทธิในการเข้าโครงการกับ ๒ กลุ่มได้แก่กลุ่มที่จบมีงานทำแล้วแต่ยังมีภาระต้องรับผิดชอบเลี้ยงดูหรือเป็นผู้นำครอบครัว และกลุ่มเรียนจบแล้วแต่ไม่มีงานทำหรือถูกให้ออกจากงาน


โครงการใช้หนี้ด้วยงานนั้นเวลาจ่ายเงินจะใช้การคิดเป็นเงินเหมาจ่ายรายเดือนหรือรายวันให้กับผู้ที่เข้าโครงการ ซึ่งจะเป็นการทำงานให้กับภาครัฐในฐานะผู้ช่วยเจ้าหน้าที่สัญญาจ้างชั่วคราวภาครัฐในส่วนงานที่สามารถทำได้ตามวุฒิการศึกษาที่เรียนจบมาโดยจะได้รับเงินค่าจ้าง ๑๒,๐๐๐ บาทต่อเดือน หรือ ๔๐๐ บาทต่อวัน โดยที่จะสามารถหักเป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้ไม่เกินครึ่งหนึ่งของเงินที่ได้ และอีกครึ่งที่เหลือก็จะนำกลับไปใช้หนี้ กยศ. ที่ค้างไว้จนหมดเพื่อที่จะไม่มีการส่งฟ้องเพื่อดำเนินคดีให้เกิดปัญหากับประชาชน


ซึ่งในปัจจุบันมีลูกหนี้ที่อยู่ในกระบวนการบังคับคดีอยู่ ๑๐๐,๐๐๐ คน และอยู่ในกระบวนการฟ้องร้องอีก ๓๐,๐๐๐ คน ดังนั้น เมื่อรวบรวมได้จำนวนลูกหนี้ กยศ.ที่ต้องการเข้าร่วมโครงการ โดยรัฐจะดำเนินการจัดหาตำแหน่งงานเจ้าหน้าที่สัญญาจ้างชั่วคราวที่หน่วยงานภาครัฐต่างๆ เพื่อรองรับลูกหนี้ กยศ. ที่เข้าร่วมซึ่งจะไม่เกินกว่า ๑๓๐,๐๐๐ คน อ้างอิงตามข้อมูลจำนวนลูกหนี้ทั้งหมดของ กยศ. ที่อยู่ในกระบวนการฟ้องคดี ทั้งนี้โครงการจะไม่เปิดรับลูกหนี้ที่มาจากกลุ่มที่มีไม่สุจริตเจตนาไม่ยอมจ่ายหนี้ ซึ่งก็จะดำเนินการฟ้องร้องคดีตามกฎหมายปกติได้ 


แนวความคิดสำคัญที่พรรคได้นำเสนอนโยบายใช้หนี้ด้วยงาน แทนการที่รัฐจะฟ้องคดีนักเรียนนักศึกษาที่กู้ยืมเงินจากกองทุน กยศ. แล้วไม่จ่ายหนี้ กยศ. หลังจากเรียนจบ เพราะพรรคได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการที่รัฐได้ก่อตั้งกองทุน กยศ. มาก็เพื่อที่จะส่งเสริมให้ประชาชนมีมาตราฐานการศึกษาที่สูงขึ้นเพื่อที่จะสามารถเติบโตขึ้นมาเป็นทรัพยากรมนุษย์มี่เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ ดังนั้น ในกรณีที่ลูกหนี้เกิดปัญหาทางเศรษฐกิจแล้วไม่สามารถหาเงินมาจ่ายหนี้คืนได้โดยสุจริต


พรรคจึงมีความคิดว่าถ้ารัฐยังคงนโยบายฟ้องร้องก็จะทำให้บุคคลที่เป็นหนี้ถูกฟ้องร้องดำเนินคดีและครอบครัวบุคคลเหล่านั้นเดือดร้อน ทั้งๆ ที่รัฐเป็นคนกำหนดนโยบายในการส่งเสริมการศึกษาเพื่อให้บุคคลเหล่านั้นเติบโตขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญของชาติ ดังนั้น นโยบายใช้หนี้ด้วยงานของพรรคจะเป็นนโยบายที่ให้โอกาสกับลูกหนี้ที่สุจริตของ กยศ. ได้มีโอกาสกลับมาทำงานชดใช้ให้กับประเทศชาติหรือสังคมแทนที่จะต้องหมดอนาคตไปกับการฟ้องร้อง


งบประมาณที่จะใช้เพื่อให้กองทุนสามารถปล่อยเงินกู้ยืมทางการศึกษาให้กับทุกๆ คนที่ยื่นกู้ต่อปีเท่ากับ ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งในปัจจุบันรัฐสามารถได้รับเงินชำระหนี้คืนกลับมาจากเยาวชนที่กู้ยืมเรียนประมาณ ๒๕,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี ดังนั้นในนโยบายที่ ๑ กองทุนสามารถให้ทุกคนกู้ยืมเรียนได้ทุกคน โดยที่รัฐสามารถสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับเยาวชนทุกคนที่อยากเรียน สามารถได้โอกาสในการเรียน ด้วยงบประมาณเพิ่มขึ้น ๑๕,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี เพื่อให้ทุกๆ คนที่ไม่มีโอกาสเรียนสามารถมีโอกาสเรียนได้ และรวมกับนโยบายที่ ๓ ในนโยบายการใช้หนี้ด้วยงาน จะมีการใช้งบประมาณในโครงการเพื่อจ้างงานในตำแหน่งเจ้าหน้าที่สัญญาจ้างชั่วคราวที่หน่วยงานภาครัฐต่างๆ เท่ากับ ๑๘,๗๒๐ ล้านบาท ต่อปี (๑๓๐,๐๐๐ คน * ๑๒,๐๐๐ บาท * ๑๒ เดือน) ซึ่งตามสถิติแล้วยอดเงินกู้เฉลี่ยจะอยู่ที่ ๑๕๐,๐๐๐ - ๒๐๐,๐๐๐ บาทต่อคน ดังนั้นถ้าลูกหนี้เข้าโครงการใช้หนี้ด้วยงานก็จะมีรายได้เท่ากับ ๑๔๔,๐๐๐ บาทต่อปี ดังนั้นถ้าจะหักเงินที่ได้รับค่าจ้างเพื่อเป็นจ่ายหนี้ก็จะทำให้หนี้หมดได้ในระยะเวลา ๑ ปี ลูกหนี้ส่วนใหญ่ก็จะสามารถจ่ายหนี้ด้วยงานให้ภาครัฐใกล้หมดพอดี ส่วนในกรณีลูกหนี้ใหม่ของ กยศ. ที่ยังหางานทำไม่ได้ก็สามารถไปใช้สิทธิตามนโยบายจ้างงาน ๓๐๐,๐๐๐ ตำแหน่งได้ตามมปกติ.ซึ่งคาดการณ์ว่าจะมีจำนวนประมาณปีละ ๑๐,๐๐๐ คน

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ