พรรคมีนโยบายในการธำรงไว้ซึ่งศักดิ์ศรีของทหารหาญที่เสียสละเข้ามารับราชการเป็นพลทหารในสังกัดกองทัพไทย พรรคเสนอนโยบายการปรับเงินเดือนรวมกับที่รับเงิน พชค. จากที่เคยได้รับอยู่ ๘,๑๒๐ บาทต่อเดือน ให้ปรับขึ้นเป็น ๑๕,๐๐๐ บาทต่อเดือน เพื่อรักษาเอกราช อธิปไตย และความมั่นคงของชาติ การสร้างขวัญและกำลังใจให้กับกำลังพลทหารที่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในกองทัพนั้นเป็นปัจจัยสำคัญ ประเทศไทยมีกองกำลังทหารที่แข็งแกร่งและศักยภาพในการรบสูงเมื่อเทียบกับประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเดียวกัน ก็เพราะกำลังพลที่กองทัพไทยได้เกณฑ์เข้ามารับราชการเป็นพลทหารมีจำนวนที่มากเพียงพอและมีการฝึกอบรมให้พร้อมรบในที่ตั้งอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นขวัญและกำลังใจจึงเป็นสิ่งสำคัญที่เปรียบเสมือนหัวใจของกองทัพ
ดังนั้นพรรครวมไทยสร้างชาติจึงเสนอนโยบายในการสนับสนุนการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับพลทหารที่ยอมเสียสละเข้ามาทำหน้าที่รับใช้ชาติ แม้บางคนอาจจะต้องยอมสละความสุขส่วนตัวหรือแม้กระทั่งความมั่นคงของครอบครัวเพื่อเข้ามารับใช้ชาติ ๒ ปีในการเป็นกำลังพลทหาร พรรคจึงขอเสนอการปรับเงินเดือนรวมกับที่รับเงิน พชค. เพิ่มให้ปรับขึ้นเป็น ๑๕,๐๐๐ บาทต่อเดือน เพื่อให้เป็นแรงจูงใจสำหรับชายไทยที่ต้องการสมัครเข้ารับราชการโดยการเกณฑ์ทหารในระยะเวลา ๒ ปี โดยทางกองทัพจะทำการประชาสัมพันธ์ถึงสิทธิประโยชน์ที่เพิ่มขึ้น โดยคาดหวังว่าเมื่อทางกองทัพได้ประชาสัมพันธ์ในเรื่องการสิทธิที่เพิ่มขึ้นของเงินเดือนและเงิน พชค. ตามนโยบายของพรรคที่จะปรับเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนเงิน ๑๕,๐๐๐ บาทต่อเดือนแล้วนั้น และเมื่อรวมกับเงินเพิ่มพิเศษเมื่อสมัครใจเข้ารับราชการทหาร ๓๐,๐๐๐ บาทในครั้งเดียวนั้น จะสามารถสร้างแรงจูงใจที่ดีให้มีบุคคลมีความสนใจเข้ามาสมัครเพื่อเป็นทหารจนครบจำนวน และคาดว่าจะเกิดการแข็งขันกันของบุคคลต่างๆ เพื่อสมัครเข้ามาเป็นทหารในทันทีที่มีโอกาส
และเมื่อเกิดการแข่งขันเพื่อที่จะได้รับคัดเลือกเป็นทหารแล้ว กองทัพก็จะสามารถคัดเลือกบุคคลที่มีคุณสมบัติต่างๆ ตามที่กองทัพมีความต้องการ นโยบายเพิ่มเงินเดือน และ พชค. จะทำการจ่ายตรงเข้าบัญชีของพลทหารแต่ละนายโดยตรงจากกระทรวงการคลัง เพื่อเป็นการเพิ่มศักดิ์ศรี สร้างขวัญและกำลังใจ ให้กับผู้พิทักษ์ชาติให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นในสมฐานะของลูกผู้ชายไทยที่เป็นผู้เสียสละตนให้กับประเทศชาติในการสมัครใจเข้ามารับราชการทหาร และนอกเหนือจากนโยบายปรับเพิ่มเงินเดือนและค่าการครองชีพชั่วคราวแล้ว ทางพรรคยังคงส่งเสริมให้มีการจัดระบบการฝึกอาชีพที่มีประโยชน์ในช่วงที่รับราชการทหาร รวมทั้งการพัฒนาคุณภาพชีวิตของพลทหารและทหารเกณฑ์ทั้งในด้านความเป็นอยู่และรายได้ระหว่างการอยู่ในราชการทหาร
งบประมาณที่จะใช้นโยบายปรับขึ้นเงินเดือนพลทหารจาก ๘,๑๒๐ บาท เป็น ๑๕,๐๐๐ บาท จะใช้เงินงบประมาณเพิ่มจากปัจจุบันเท่ากับ ๖,๖๐๐ ล้านบาทต่อปี (๘๐,๐๐๐ คน * <๑๕,๐๐๐-๘,๑๒๐> บาท)