แชร์

“ศศิกานต์” เสนอ 3 ข้อเรียกร้อง อุดช่องโหว่ e-Work Permit ชี้ บต.62 แก้ปัญหาระยะสั้น หนุนพัฒนาเสถียรภาพทั้งระบบ สกัดขบวนการซื้อขายคิวใต้โต๊ะ ซ้ำเติมภาระผู้ประกอบการ

อัพเดทล่าสุด: 11 ก.ค. 2026
14 ผู้เข้าชม

นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ และอดีตรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊กถึงปัญหาการบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติ โดยระบุว่า ปัจจุบันระบบ e-Work Permit กำลังกลายเป็นช่องโหว่สำคัญที่เปิดโอกาสให้เกิด "ขบวนการใต้โต๊ะ" เนื่องจากขั้นตอนตามกฎหมายมีความล่าช้าและสร้างอุปสรรคต่อภาคธุรกิจ พร้อมทั้งตั้งข้อสังเกตว่า "เมื่อความถูกต้องต้องรอ ความไม่ถูกต้องก็มักเดินแซงคิว" จนกลายเป็นขุมทรัพย์ของกลุ่มหาผลประโยชน์
.
นางสาวศศิกานต์ ระบุอีกว่า ต้องขอขอบคุณ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ที่ได้เร่งออกมาตรการบรรเทาความเดือดร้อน โดยอนุญาตให้ใช้ใบอนุญาตทำงานชั่วคราว (บต.62) เพื่อเป็นหลักฐานในการทำงานและเข้าถึงสิทธิการรักษาพยาบาลระหว่างรอการพิมพ์บัตร Smart Card ซึ่งถือเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ตรงจุด
.
อย่างไรก็ตาม นางสาวศศิกานต์ ยังได้เปิดเผยข้อมูลตัวเลขผู้ใช้งานระบบ e-Work Permit เมื่อช่วงเดือนมกราคม 2569 ที่ผ่านมา พบว่ามีผู้เข้าใช้งานสะสมในระบบรวมกว่า 3,600,250 ราย (แบ่งเป็นแรงงานข้ามชาติ นายจ้าง บริษัทนำคนต่างด้าวมาทำงานในประเทศ (บนจ.) และระบบแจ้งอัตโนมัติ) แต่ศักยภาพของระบบกลับสวนทางอย่างสิ้นเชิง โดยรองรับการออกใบอนุญาตเฉลี่ยได้เพียง 3,300 - 5,000 ใบต่อวัน หรือประมาณ 100,000 ใบต่อเดือนเท่านั้น
.
"บต.62 เปรียบเสมือนการเปิดทางเบี่ยงเพื่อคลายการจราจร ไม่ใช่การซ่อมถนนสายหลัก ตราบใดที่ระบบ e-Work Permit ยังไม่มีเสถียรภาพ ผู้ประกอบการและแรงงานก็ยังต้องเผชิญกับอุปสรรคเดิม" นางสาวศศิกานต์ กล่าว
.
นางสาวศศิกานต์ ตั้งข้อสังเกตอีกว่า นับตั้งแต่ระบบเปิดใช้งานทั่วประเทศเมื่อเดือนตุลาคม 2568 กลับมามีปัญหามากมาย อาทิ ระบบล่ม อัปโหลดเอกสารไม่ได้ และนัดหมายไม่ได้อย่างต่อเนื่อง จนภาครัฐต้องกลับไปใช้ระบบ Manual หลายครั้ง ซ้ำร้ายแม้จะเป็นระบบออนไลน์ แต่ในทางปฏิบัติผู้ประกอบการและแรงงานยังต้องเสียเวลาจองคิว เดินทางไปแสดงตัวที่หน่วยงานอยู่ดี ทำให้เกิดปัญหา "การซื้อขายคิว" และเกิดค่าใช้จ่ายที่ไม่โปร่งใส
.
ทั้งนี้ เพื่อแก้ไขปัญหาระยะยาวและป้องกันการทุจริตเชิงระบบ พรรครวมไทยสร้างชาติ จึงได้ยื่นข้อเรียกร้อง 3 ข้อไปยังกระทรวงแรงงาน ดังนี้
.
1.เร่งแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง พัฒนาและปรับปรุงระบบ e-Work Permit ให้มีเสถียรภาพและรองรับปริมาณธุรกรรมได้อย่างแท้จริง
.
2.กวาดล้างมาเฟียซื้อขายคิว ตรวจสอบข้อร้องเรียนเรื่องการเรียกรับผลประโยชน์ และการซื้อขายคิวอย่างจริงจัง
.
3.เปิดเผยข้อมูลโปร่งใส เปิดเผยผลการตรวจสอบต่อสาธารณะเพื่อเรียกความเชื่อมั่นจากภาคเอกชน
.
“ระบบที่ดีต้องช่วยลดต้นทุนให้แก่ผู้ที่ทำถูกกฎหมาย ไม่ใช่เพิ่มต้นทุนแล้วบีบให้คนต้องหาทางลัด เพราะทุกครั้งที่ระบบเดินสะดุด ความเสียหายจะตกอยู่ที่ผู้ประกอบการ นายจ้าง และส่งผลกระทบต่อเนื่องลามไปถึงเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศ” นางสาวศศิกานต์ กล่าว


บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้