“อรรถวิชช์” ชี้น้ำมันดีเซลสูงสุดรอบ 18 ปี จี้เลิกอิงราคาสิงคโปร์ แนะพาณิชย์กำหนดเพดานราคา เตือนรัฐบาลตรวจข้อกฎหมาย ก่อนใช้เงินกองทุนน้ำมันฯ อุดหนุนต่อ

ดร.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวถึงสถานการณ์ราคาน้ำมันว่า ราคาดีเซลวันนี้อยู่ที่ 41.44 บาทต่อลิตร สูงที่สุดในรอบ 18 ปี ขณะที่ราคาน้ำมันดิบดูไบอยู่ที่ 112 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับเดียวกับช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครนในปี 2565 แต่ขณะนั้นราคาดีเซลไทยอยู่ที่ 35 บาทต่อลิตร เทียบกับวันนี้ที่ 41.44 บาทต่อลิตร เพิ่มขึ้นกว่า 6 บาท สะท้อนความผิดเพี้ยนของกลไกราคาน้ำมัน
ดร.อรรถวิชช์ ระบุว่า การอ้างอิงราคาน้ำมันสำเร็จรูปในตลาดสิงคโปร์เคยใช้ได้ดีในอดีต แต่ไม่ใช่ในยามวิกฤตที่ท่านประธานาธิบดีทรัมป์เป็นผู้กำหนดสถานการณ์ ควรกลับไปพิจารณาต้นทุนน้ำมันดิบที่แท้จริง ไม่ควรใช้ราคาขายน้ำมันสำเร็จรูปที่สิงคโปร์ เพราะสิงคโปร์เป็นประเทศขนาดเล็กเขาเป็นตลาดส่งออกน้ำมันสำเร็จรูป จึงต้องประคองราคาขายให้อยู่ในระดับสูง และมีมาตรการแจกเงินช่วยเหลือค่าครองชีพควบคู่ ขณะที่ประเทศไทยเน้นการบริโภคหลักในประเทศ หากใช้วิธีการชดเชยด้วยเงิน เราไม่สามารถลากได้ยาวเพราะวิกฤตยังอยู่อีกนาน จึงต้องแก้ที่ต้นเหตุคือยกเลิกการอิงราคาสิงคโปร์
ปัจจุบันกองทุนน้ำมันติดลบ 92,000 ล้านบาท ส่วนเงินกู้ 2 แสนล้านบาทตาม พรก.กู้เงิน ก็จะใช้ได้แค่กันยายน 2570 และหากลดภาษีสรรพสามิตลงมากจะทำให้เงินไม่พอจ่ายในงบประมาณปี 2570
สุดท้าย วันนี้ 24 กันยายน 2569 ครบกำหนดตามมาตรา 55 ของ พ.ร.บ.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 โดย ดร.อรรถวิชช์ระบุว่า “กองทุนน้ำมันไม่สามารถชดเชยน้ำมันที่มีส่วนผสมของเชื้อเพลิงชีวภาพได้อีกต่อไป ดีเซล B7 ที่มีน้ำมันปาล์มผสมอยู่ด้วยก็จะมีปัญหาอีก
สำหรับแนวทางเร่งด่วน เสนอให้กระทรวงพาณิชย์กำหนดเพดานราคาสูงสุดของน้ำมันในฐานะสินค้าควบคุม โดยให้สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน ส่งตัวเลขราคาที่เหมาะสมให้กระทรวงพาณิชย์ เพื่อนำไปประกาศและเสนอ ครม.และรีบออกพระราชกำหนดมาแก้ไขเรื่องปาล์มน้ำมันเป็นการด่วน



