“ศศิกานต์” ชี้ดุลอำนาจสหรัฐฯ เปลี่ยน ไทยต้องทบทวนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ ชงรื้อโครงสร้างราคาน้ำมัน เลิกอ้างอิงสิงคโปร์-เร่งสร้างคลังน้ำมันสำรองฯ รับมือความผันผวนด้านพลังงาน

วันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ โฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ และอดีตรองโฆษกรัฐบาล กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงดุลอำนาจทางการเมืองในสหรัฐอเมริกาหลังพรรคเดโมแครตชนะการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ โดยระบุว่า ประเทศไทยควรประเมินผลต่อทิศทางนโยบายการค้า การลงทุน และพลังงานอย่างรอบด้าน พร้อมปรับยุทธศาสตร์ให้ทันสถานการณ์ โดยรักษาความร่วมมือกับทุกฝ่าย และกำหนดเป้าหมายให้ชัดเจน ทั้งการรักษาตลาดส่งออก การลดความเสี่ยงด้านต้นทุน และเสริมความสามารถในการแข่งขัน
นางสาวศศิกานต์กล่าวว่า ด้านการค้า รัฐบาลควรเดินหน้าหารือกับสหรัฐฯ บนข้อมูลผลกระทบต่ออุตสาหกรรม ทั้งภาระภาษี ต้นทุนการผลิต ห่วงโซ่อุปทาน และการจ้างงาน พร้อมรับฟังผู้ประกอบการทุกขนาด โดยเฉพาะวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เพื่อให้ข้อเสนอของไทยมีน้ำหนักและรักษาผลประโยชน์ของประเทศได้อย่างรอบด้าน ควบคู่กับการขยายตลาดส่งออกและสร้างความร่วมมือกับประเทศคู่ค้าอื่น เพื่อลดความเสี่ยงจากการกระจุกตัวของตลาด
นางสาวศศิกานต์ กล่าวต่อไปว่า ขณะเดียวกัน การเพิ่มอำนาจต่อรองทางเศรษฐกิจต้องเชื่อมโยงกับการปฏิรูปพลังงาน เพราะแม้ไทยจะรักษาตลาดส่งออกไว้ได้ แต่หากต้นทุนการผลิตและการขนส่งยังผันผวนสูง ผู้ประกอบการก็จะวางแผนธุรกิจได้ยาก การดูแลต้นทุนพลังงานอย่างเป็นระบบจึงเป็นส่วนสำคัญในการรักษาความสามารถในการแข่งขันและการจ้างงานของประเทศ
นางสาวศศิกานต์ชี้ว่า พรรครวมไทยสร้างชาติเสนอให้รัฐบาลเดินหน้าปรับโครงสร้างราคาน้ำมัน โดยยกเลิกการอ้างอิงราคาน้ำมันสำเร็จรูปจากตลาดสิงคโปร์ และพัฒนาระบบทดแทนที่สะท้อนต้นทุนจริง บวกผลตอบแทนที่เหมาะสม เปิดเผยข้อมูลและตรวจสอบได้ พร้อมจัดเตรียมกฎหมายและกลไกกำกับดูแลให้รองรับการเปลี่ยนผ่านอย่างรอบคอบ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อประชาชนและความมั่นคงในการจัดหาพลังงาน
นอกจากนี้ นางสาวศศิกานต์ยังกล่าวว่า พรรครวมไทยสร้างชาติเห็นว่าควรผลักดันระบบคลังน้ำมันสำรองของประเทศ เพื่อเพิ่มความพร้อมรองรับเหตุขัดข้องด้านการจัดหา การขนส่ง และความผันผวนจากสถานการณ์ระหว่างประเทศ โดยกำหนดปริมาณสำรอง แหล่งเงินทุน และหลักเกณฑ์การจัดซื้อ การเก็บรักษา และการนำน้ำมันออกมาใช้อย่างชัดเจน โปร่งใส และตรวจสอบได้ หากภาวะราคาเอื้ออำนวย ควรพิจารณาจัดหาน้ำมันเข้าสำรองตามแผนที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงต้นทุนการจัดเก็บและความคุ้มค่าของประเทศด้วย
“ไทยต้องมีระบบราคาที่อธิบายได้ว่า ประชาชนกำลังจ่ายให้กับต้นทุนอะไร และแต่ละส่วนมีความเหมาะสมเพียงใด การปรับโครงสร้างราคาจึงต้องทำให้เกิดความโปร่งใสตั้งแต่ต้นทาง เพื่อให้ราคาพลังงานสะท้อนต้นทุนอย่างเป็นธรรม และเมื่อมีต้นทุนส่วนใดลดลง ประชาชนและภาคธุรกิจควรได้รับประโยชน์อย่างเหมาะสม” นางสาวศศิกานต์กล่าว
ทั้งนี้ นางสาวศศิกานต์กล่าวว่า การเจรจาการค้าคือการรักษาตลาดและสร้างโอกาสให้สินค้าไทย ส่วนการปฏิรูปพลังงานคือการสร้างฐานต้นทุนที่เป็นธรรมและมั่นคง ทั้งสองเรื่องต้องเดินไปด้วยกัน เป้าหมายของพรรครวมไทยสร้างชาติคือต้องการให้ประเทศไทยมีอำนาจต่อรองมากขึ้น และเปลี่ยนโอกาสทางเศรษฐกิจให้เป็นรายได้ การจ้างงาน และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม” นางสาวศศิกานต์กล่าว



