แชร์

‘พีระพันธุ์’ เปิดโมเดลการจัดการพลังงานยุคใหม่ ชี้เป้าหมายรัฐบาลต้องชัด! หยุดบริหารงานแบบผิดพลาด-ไร้ทิศทาง

อัพเดทล่าสุด: 29 ธ.ค. 2025
9 ผู้เข้าชม
‘พีระพันธุ์’ เปิดโมเดลการจัดการพลังงานยุคใหม่ ชี้เป้าหมายรัฐบาลต้องชัด! หยุดบริหารงานแบบผิดพลาด-ไร้ทิศทาง จี้รัฐต้องเลือก 'ความมั่นคง' หรือ 'ผลประโยชน์ธุรกิจ' ย้ำแนวคิดตั้งคลังน้ำมันสำรองแห่งชาติ พร้อมเร่งสำรวจแหล่งพลังงานทั่วประเทศ
.
นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วยดร.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ เข้าร่วมงานสัมมนาวิชาการประจำปี หัวข้อ “การจัดการพลังงานและการค้าการลงทุนยุคใหม่” ซึ่งจัดโดยหลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการจัดการองค์การยุคใหม่ (MOM) และสาขาการบริหารการค้าและการเมืองอย่างยั่งยืนในโลกยุคใหม่ (TPS) มหาวิทยาลัยเกริก ณ ห้องประชุมนานาชาติ มหาวิทยาลัยเกริก เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา
.
นายพีระพันธุ์ ได้กล่าวบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับโครงสร้างและการบริหารจัดการด้านพลังงานในหัวข้อ “การจัดการพลังงานยุคใหม่” แก่คณะนักศึกษาปริญญาโทและปริญญาเอกของมหาวิทยาลัยเกริก รวมทั้งประชาชนที่ให้ความสนใจเข้าร่วมรับฟังว่า ในอดีตเคยมีวิกฤตความขัดแย้งระหว่างชาติผู้ส่งออกน้ำมัน ส่งผลให้การส่งออกน้ำมันหยุดชะงักจนเกิดการขาดแคลนน้ำมันในหลายชาติ ผลพวงจากวิกฤตดังกล่าว ทำให้นานาประเทศร่วมมือกันจัดตั้งองค์กรพลังงานระหว่างประเทศ (International Energy Agency - IEA) ที่มีการนำน้ำมันเชื้อเพลิงมาเก็บไว้ในคลังสำรองเพื่อให้ชาติสมาชิกมีน้ำมันใช้เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินและยังสามารถควบคุมราคาน้ำมันในตลาดโลกไม่ให้ผันผวนมากเกินไปด้วย ซึ่งการจะเป็นสมาชิกองค์กรนี้ได้ ประเทศนั้น ๆ ต้องมีน้ำมันเชื้อเพลิงสำรองของประเทศ โดยต้องมีน้ำมันคงคลังไว้ใช้อย่างน้อย 90 วัน ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยเป็นได้แค่ผู้สังเกตการณ์ เพราะรัฐยังไม่มีน้ำมันสำรองเป็นของตนเอง มีแต่น้ำมันสำรองของเอกชนที่ใช้ได้ 20-25 วันเท่านั้น และเป็นการสำรองทางการค้า ไม่ใช่สำรองเพื่อความมั่นคง
.
“ถ้าเราไม่มีเป้าหมายว่าจะจัดการพลังงานไปเพื่อวัตถุประสงค์อะไร เราก็จะกำหนดทิศทางบริหารจัดการไม่ถูก ส่วนการเป็นสมาชิก IEA ที่เราอยากเป็น และต้องมีน้ำมันสำรอง 90 วัน ตามหลักเกณฑ์เพื่อให้ได้เป็นสมาชิกนั้น ทุกวันนี้เราใช้น้ำมันประมาณวันละ 100-150 ล้านลิตร 90 วัน ต้องสำรอง 9,000-10,000 ล้านลิตร คิดเป็นเงินราว 2 แสนกว่าล้านบาท ถ้าถามผม ผมมีวิธีหาน้ำมันสำรองให้ประเทศ โดยไม่เสียเงินแม้แต่สตางค์เดียว” นายพีระพันธุ์ กล่าว
.
นายพีระพันธุ์ อธิบายต่อไปว่า ตนมีแนวคิดที่จะเปลี่ยนแปลงโครงสร้างด้านพลังงานของประเทศ จากระบบปัจจุบันที่เก็บเงินจากผู้เติมน้ำมันไปเข้ากองทุนน้ำมันฯ มาเป็นการเรียกเก็บน้ำมันจากผู้ประกอบการแทน แล้วนำน้ำมันดังกล่าวไปเข้าคลังสำรองน้ำมันของรัฐ ซึ่งนอกจากจะทำให้ไทยมีโอกาสเข้าเป็นสมาชิก IEA ได้แล้ว ระบบนี้ยังจะช่วยสร้างความมั่นคงทางพลังงานและควบคุมบริหารจัดการน้ำมันในประเทศได้อย่างเป็นระบบมากขึ้นด้วย
.
จากนั้น นายพีระพันธุ์ ได้อธิบายถึงการปฏิรูปโครงสร้างค่าไฟฟ้าว่า ไฟฟ้าเกี่ยวโยงกับผลประโยชน์ของกลุ่มนายทุนจำนวนมาก และการแก้ไขก็มีความซับซ้อน แต่ตนได้พยายามปรับลดค่าไฟอย่างต่อเนื่อง จนทำให้นายทุนไม่พอใจและพยายามขัดขวางทุกวิถีทาง รวมทั้งการดึง สส.ออกไปจากพรรค แต่ตนก็ยังเดินหน้าทำงานต่อ เพราะภารกิจหลัก คือ การทำงานเพื่อประชาชน จนกระทั่งสามารถลดค่าไฟจากหน่วยละ 4.70 บาทกว่าๆ ลงมาเหลือหน่วยละ 3.94 บาทในปัจจุบัน และสามารถตรึงราคาค่าก๊าซหุงต้มไว้ที่ 423 บาท/ถังขนาด 15 กิโลกรัม มาได้อย่างต่อเนื่อง
.
“คำถามคือ เราจะทำอย่างไรให้ราคาก๊าซถูกลง ซึ่งผมเตรียมคำตอบไว้แล้ว นอกจากนั้น ที่ผ่านมาเราไม่เคยสำรวจว่ามีแหล่งพลังงานตรงไหนของประเทศ ถ้าเราเปิดสำรวจพร้อมกันทั้งหมด เราก็จะรู้แหล่งพลังงานทั้งหมดในประเทศว่ามีเท่าใด และจะมีข้อมูลที่ชัดเจน ผมจึงบอกว่าถ้าเรามีเป้าหมายชัดเจน การจัดการด้านพลังงานต่าง ๆ จะทำได้แน่นอน และไม่ใช่เรื่องยากด้วย”นายพีระพันธุ์ กล่าว
.
นายพีระพันธุ์ กล่าวต่อไปว่า อีกหนึ่งกรณีที่สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการจัดการพลังงาน คือ การอุ้มโรงงานประมาณ 2,000 โรงงาน ให้สามารถใช้ก๊าซได้ในราคาถูก โดยอ้างว่าเพื่อไม่ให้ต้นทุนสินค้าแพงขึ้น แต่การอุ้มดังกล่าวกลับส่งผลให้ก๊าซสำหรับผลิตไฟฟ้าแพงขึ้น ซึ่งทำให้ทุกโรงงานทั่วประเทศกว่า 70,000 โรงงาน รวมทั้งประชาชนต้องจ่ายค่าไฟแพงขึ้นด้วย รวมถึงการไม่ยอมรวม การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ซึ่งอยู่ในกำกับของกระทรวงมหาดไทยและ การไฟฟ้าฝ่ายผลิต ซึ่งอยู่กับกระทรวงพลังงาน ให้เป็นหน่วยงานเดียวกันเพราะปัจจัยทางการเมือง ก็ทำให้การดำเนินนโยบายและการบริหารงานด้านพลังงานไม่มีความสอดคล้องกัน ซึ่งทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นว่าการบริหารจัดการด้านพลังงานที่ผ่านมาของภาครัฐไม่ถูกต้อง
.
“การบริหารจัดการพลังงานไม่ว่าจะยุคไหนก็เหมือนกัน แต่สิ่งสำคัญอยู่ที่วัตถุประสงค์ว่าจะบริหารจัดการพลังงานเพื่อประชาชน เพื่อความมั่นคงของประเทศหรือเพื่อธุรกิจการค้า แต่ทั้งหมดจะไม่มีทางเกิดขึ้นได้ หากไม่มีการออกกฎหมายใหม่มาควบคุม” นายพีระพันธุ์ กล่าว
.
นายพีระพันธุ์ ยังตอบคำถามถึงการปฏิรูปโครงสร้างราคาน้ำมันในประเทศด้วยว่า ที่ผ่านมาน้ำมันปรับราคาขึ้น-ลง ได้รายวันตามใจผู้ประกอบการ ทั้งยังชี้แจงว่าต้นทุนน้ำมันเป็นความลับทางการค้า จึงไม่ยอมแจ้งต้นทุนให้กระทรวงพลังงานทราบ ตนจึงได้ออกประกาศกฎกระทรวงให้ผู้ค้าน้ำมันต้องแจ้งต้นทุนให้กระทรวงรู้ โดยมีผลตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2567 และเป็นบันไดขั้นแรกที่ทำให้ตนได้รู้ลึกถึงรากของปัญหาราคาน้ำมัน จนสามารถต่อยอดมาเป็นการยกร่างกฎหมายใหม่ และการปฏิรูปโครงสร้างน้ำมันที่ตนตั้งเป้าไว้จะมีผลบังคับใช้ในปี 2569 หากตนยังคงอยู่ในตำแหน่ง รมว.พลังงาน
.
ด้าน ดร.อรรถวิชช์ ได้ขึ้นกล่าวปาฐกถาในหัวข้อ “การค้าและการลงทุนยุคใหม่” โดยได้อธิบายให้เห็นถึงความสำคัญและข้อที่ควรตระหนักรู้เกี่ยวกับพลังงานสะอาดที่กำลังเป็นเทรนด์ธุรกิจในโลกยุคใหม่นี้ ซึ่งหากประเทศใดไม่ใช้พลังงานสะอาดก็เสี่ยงถูกตั้งกำแพงภาษีในอัตราที่สูงมากขึ้น ดังนั้นประเทศไทยจำเป็นต้องส่งเสริมให้ภาคประชาชนและภาคธุรกิจหันมาใช้พลังงานสะอาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้ขับเคลื่อนมาอย่างต่อเนื่องผ่านการเร่งผลักดันร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์

บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ