แชร์

"พีระพันธุ์" ชูธงนโยบายลดเหลื่อมล้ำการศึกษา เปิดโอกาสเด็กไทย "อยากเรียนอะไรต้องได้เรียน" ตั้งเป้าลดค่าครองชีพด้านพลังงานทั้งระบบ เซฟเงินคนไทยกว่า 1 ล้านล้านบาท ตลอด 4 ปี

อัพเดทล่าสุด: 31 ม.ค. 2026
84 ผู้เข้าชม
นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ให้สัมภาษณ์ในรายการ "เจาะสนามเลือกตั้ง 69" ทาง TOP NEWS ถึงนโยบายเรือธงของพรรครวมไทยสร้างชาติ โดยให้ความสำคัญที่การปฏิรูปโครงสร้างประเทศในระยะยาวผ่านการพัฒนาเด็กและเยาวชนควบคู่ไปกับการลดราคาพลังงานทั้งระบบ โดยระบุว่า นอกจากงานด้านพลังงานที่ต้องการเข้ามาทำให้เสร็จ งานด้านการศึกษาก็เป็นอีกสิ่งที่ต้องการเข้ามาบริหาร เนื่องจากกระทรวงศึกษาธิการเป็นกระทรวงที่มีความจำเป็นต่อการวางรากฐานประเทศในระยะยาว
.
นายพีระพันธุ์ ระบุว่า พรรครวมไทยสร้างชาติ ชูแนวคิด "อยากเรียนอะไร ต้องได้เรียน" เพราะในปัจจุบันการจัดการศึกษามักมองที่ตัววิชา มากกว่ามองที่ตัวคน ขณะที่ประเทศยังขาดทิศทางที่ชัดเจนว่าต้องการพัฒนากำลังคนด้านใด ทำให้ระบบการศึกษาผลิตบุคลากรไม่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน จึงต้องการปรับหลักสูตรการศึกษาให้สอดคล้องและร่วมมือกับภาคเอกชนในการออกแบบระบบการศึกษา เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้ไปใช้ประกอบอาชีพได้จริง
.
นอกจากนี้ นายพีระพันธุ์ยังเสนอให้ยกเลิกการสอบแข่งขันเข้าเรียน เพื่อลดปัญหาความเครียดของนักเรียนและผู้ปกครอง ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการเรียนพิเศษ ลดความเหลื่อมล้ำทางโอกาส และย้ำว่าการประเมินควรอยู่ที่การเรียนให้จบตามความสามารถของแต่ละบุคคล รวมถึงไม่จำกัดระยะเวลาการจบการศึกษา เปิดโอกาสให้เรียนและทำงานควบคู่กันได้ และสามารถโอนหน่วยกิตระหว่างสถาบัน เพื่อให้ทุกคนมีโอกาสทางการศึกษาอย่างแท้จริง
.
นายพีระพันธุ์ ยังระบุถึงกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) โดยมีแนวคิดจะปรับจากการเป็น "กองทุนกู้ยืม" ไปสู่ "กองทุนการศึกษา" โดยแยกลูกหนี้ออกเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ตั้งใจไม่ชำระหนี้ กลุ่มที่ไม่มีงานทำ และกลุ่มที่มีรายได้แต่มีภาระครอบครัว พร้อมเสนอให้ยกเลิกการบังคับคดีกับลูกหนี้ที่ไม่ได้ตั้งใจโกง นอกจากนี้ยังเสนอระบบ "ใช้หนี้ด้วยงาน" โดยเปิดโอกาสให้ลูกหนี้ กยศ. ที่ไม่มีงานทำ เข้ามาทำงานดูแลผู้สูงอายุ ผู้พิการ หรือผู้ป่วยติดเตียง ซึ่งจะช่วยให้ลูกหนี้มีรายได้ สังคมได้รับการดูแล และรัฐไม่ต้องเสียต้นทุนในการฟ้องร้องคดี
.
ขณะที่นโยบายสำคัญด้านการลดค่าพลังงานที่เป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญของนโยบายที่เคยทำสำเร็จมาแล้วนั้น นายพีระพันธุ์ ระบุว่า ช่วงที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการพลังงาน สามารถลดค่าไฟจาก 4.77 บาท/หน่วย เหลือ 3.94 บาท/หน่วย โดยไม่ใช้งบประมาณแผ่นดิน ขณะเดียวกันยังตรึงราคาแก๊สหุงต้มที่ 423 บาท/ถัง 15 กก. ต่อเนื่องนานกว่า 2 ปี แต่หลังพ้นตำแหน่ง ต้นทุนแก๊สลดลงเหลือเพียง 17-18 บาท/กก. แต่ราคาขายปลีกกลับเพิ่มขึ้นเป็น 450-480 บาท สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ต้นทุน แต่เป็นเรื่องการบริหารจัดการ

"หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ค่าไฟฟ้าในปีนี้จะอยู่ที่ประมาณ 3.70-3.71 บาท/หน่วย และในปี 2569 จะออกกฎหมายเพื่อบริหารจัดการราคาน้ำมันให้ลดลงเหลือ 25 บาท/ลิตร พร้อมเปิดเสรีให้ภาคเกษตรและขนส่งสามารถนำเข้าน้ำมันได้เอง หากเห็นว่าราคาภายในประเทศสูงเกินไป" นายพีระพันธุ์กล่าว
.
นายพีระพันธุ์ ยังระบุอีกว่า หากนโยบายด้านพลังงานของพรรครวมไทยสร้างชาติได้รับการผลักดัน ตลอด 4 ปี จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชนรวมกว่า 1,104,000 ล้านล้านบาท โดยประชาชนราว 50 ล้านคน จะประหยัดค่าใช้จ่ายเฉลี่ยคนละ 35,520 บาท และใน 21 ล้านครัวเรือน จะประหยัดเงินได้ราวครัวเรือน 88,000 บาท
.
ผลิตโดย พรรครวมไทยสร้างชาติ
ที่อยู่ผู้ผลิต : 35/3 ซอยอารีย์ 5 แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร
จำนวน : 1 ชุด
ตามวันและเวลาที่ปรากฏ

บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ