“อัฏฐพล” แนะรัฐ ยกเครื่องไซเบอร์ไทย หลังข้อมูลรัฐรั่วไหล จี้ DE-กสทช. เร่งอุดช่องโหว่คุ้มครองข้อมูลประชาชน หวั่นกระทบความเชื่อมั่น
อัพเดทล่าสุด: 6 ส.ค. 2026
63 ผู้เข้าชม

นายอัฏฐพล สิทธิชัยอารีกิจ คณะทำงานด้านเศรษฐกิจ พรรครวมไทยสร้างชาติ โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความกังวลต่อปัญหาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ หลังมีกระแสข่าวข้อมูลส่วนบุคคลและภาพบัตรประชาชนของผู้นำประเทศปรากฏบนโลกออนไลน์ โดยระบุว่า “เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ใช่เพียงข่าวข้อมูลรั่วไหล แต่เป็นสัญญาณอันตรายที่กระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนทั้งประเทศ”
.
ห่วงข้อมูลประชาชน หลังข้อมูลผู้นำหลุด!
นายอัฏฐพล ระบุว่า หากแม้แต่บุคคลระดับนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี และข้าราชการระดับสูง ซึ่งมีทั้งระบบรักษาความปลอดภัยและทรัพยากรจำนวนมาก ยังไม่สามารถปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลได้ ก็ยิ่งทำให้ประชาชนที่ต้องส่งข้อมูลให้หน่วยงานรัฐเป็นประจำเกิดความกังวลว่า ข้อมูลของตนจะได้รับการคุ้มครองมากน้อยเพียงใด
.
จี้ DE-กสทช. อย่าปฏิเสธความรับผิดชอบ
นายอัฏฐพล ระบุอีกว่า ทุกครั้งที่เกิดเหตุข้อมูลรั่วไหล มักมีคำชี้แจงว่า ข้อมูลไม่ได้หลุดจากฐานข้อมูลของหน่วยงานนั้นโดยตรง แต่สำหรับประชาชนแล้ว ไม่ได้สนใจว่าต้นตอของปัญหามาจากที่ใด เพราะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) และสำนักงาน กสทช. มีหน้าที่ร่วมกันดูแลและคุ้มครองข้อมูลของประชาชน จึงไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบได้
.
แนะรัฐเร่งอุดช่องโหว่ ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยไซเบอร์
นายอัฏฐพล เสนอให้ภาครัฐเร่งดำเนินมาตรการด้านความมั่นคงไซเบอร์อย่างจริงจัง ทั้งการยกระดับระบบยืนยันตัวตนหลายชั้นในการเข้าถึงฐานข้อมูล รวมถึงตรวจสอบทุกหน่วยงานที่เชื่อมโยงฐานข้อมูล หากพบว่าหน่วยงานใดมีมาตรฐานด้านความปลอดภัยต่ำ ควรตัดการเชื่อมต่อทันทีเพื่อป้องกันความเสียหาย “ซึ่งหากวันนี้ยังไม่สามารถปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของผู้นำประเทศได้ อย่างน้อยควรเร่งหามาตรการปกป้องข้อมูลของประชาชนผู้ซึ่งมอบความไว้วางใจให้กับภาครัฐ” และย้ำว่า ข้อเสนอทั้งหมดเกิดจากความห่วงใยต่อความปลอดภัยของประชาชนและความเชื่อมั่นของประเทศ

.
ห่วงข้อมูลประชาชน หลังข้อมูลผู้นำหลุด!
นายอัฏฐพล ระบุว่า หากแม้แต่บุคคลระดับนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี และข้าราชการระดับสูง ซึ่งมีทั้งระบบรักษาความปลอดภัยและทรัพยากรจำนวนมาก ยังไม่สามารถปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลได้ ก็ยิ่งทำให้ประชาชนที่ต้องส่งข้อมูลให้หน่วยงานรัฐเป็นประจำเกิดความกังวลว่า ข้อมูลของตนจะได้รับการคุ้มครองมากน้อยเพียงใด
.
จี้ DE-กสทช. อย่าปฏิเสธความรับผิดชอบ
นายอัฏฐพล ระบุอีกว่า ทุกครั้งที่เกิดเหตุข้อมูลรั่วไหล มักมีคำชี้แจงว่า ข้อมูลไม่ได้หลุดจากฐานข้อมูลของหน่วยงานนั้นโดยตรง แต่สำหรับประชาชนแล้ว ไม่ได้สนใจว่าต้นตอของปัญหามาจากที่ใด เพราะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) และสำนักงาน กสทช. มีหน้าที่ร่วมกันดูแลและคุ้มครองข้อมูลของประชาชน จึงไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบได้
.
แนะรัฐเร่งอุดช่องโหว่ ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยไซเบอร์
นายอัฏฐพล เสนอให้ภาครัฐเร่งดำเนินมาตรการด้านความมั่นคงไซเบอร์อย่างจริงจัง ทั้งการยกระดับระบบยืนยันตัวตนหลายชั้นในการเข้าถึงฐานข้อมูล รวมถึงตรวจสอบทุกหน่วยงานที่เชื่อมโยงฐานข้อมูล หากพบว่าหน่วยงานใดมีมาตรฐานด้านความปลอดภัยต่ำ ควรตัดการเชื่อมต่อทันทีเพื่อป้องกันความเสียหาย “ซึ่งหากวันนี้ยังไม่สามารถปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของผู้นำประเทศได้ อย่างน้อยควรเร่งหามาตรการปกป้องข้อมูลของประชาชนผู้ซึ่งมอบความไว้วางใจให้กับภาครัฐ” และย้ำว่า ข้อเสนอทั้งหมดเกิดจากความห่วงใยต่อความปลอดภัยของประชาชนและความเชื่อมั่นของประเทศ



