“อรรถวิชช์” กระทุ้ง กทม. ทวง “บึงคู้บอน” 130 ไร่ แก้น้ำท่วมกรุงเทพฯ ตะวันออก ชี้กลางปี 65 “ผู้ว่าฯ ชัชชาติ” ชนะเลือกตั้ง โครงการถูกพับทิ้ง ไม่ปรากฏในร่างผังเมืองฉบับใหม่
อัพเดทล่าสุด: 30 ก.ย. 2026
20 ผู้เข้าชม

ดร.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวในที่ประชุมสภาฯ จี้ กทม.เร่งชี้แจงโครงการ “บึงรับน้ำคู้บอน” พื้นที่ประมาณ 130 ไร่ หลังโครงการผ่านประชาพิจารณ์ มีงบประมาณ และเตรียมกระบวนการเวนคืนแล้ว แต่กลับไม่มีความคืบหน้าเลย ภายหลังผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เข้ารับตำแหน่งในกลางปี 2565
ดร.อรรถวิชช์ระบุว่า ติดตามเรื่องนี้มานานเกือบ 5 ปี โดยบึงคู้บอนเป็นแก้มลิง หลังคันกั้นน้ำฝั่งกรุงเทพฯ ตะวันออก ตามแนวพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยบึงนี้มีพื้นที่กว่า 130 ไร่ รองรับมวลน้ำได้ประมาณ 870,000 ลูกบาศก์เมตร
ทั้งนี้ โครงการผ่านขั้นตอนสำคัญมาแล้วหลายส่วน โดย ก.พ. 2560 กทม. จัดประชาพิจารณ์ มีประชาชนเข้าร่วม 122 คน และไม่มีผู้คัดค้าน ต่อมา 24 ก.ย. 2562 ผ่านการพิจารณาของสำนักงบประมาณตามมติ ครม. และวันที่ 30 พ.ย. 2564 มีการติดประกาศในพื้นที่แจ้งการเสนอร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตเวนคืน ขณะที่ปี 2565 โครงการยังอยู่ในแผนปฏิบัติราชการของสำนักการระบายน้ำที่ระบุว่าโครงการผ่านการรับฟังความคิดเห็นแล้ว
ดร.อรรถวิชช์ ตั้งข้อสังเกตว่า ภายหลังนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เข้ารับตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. โครงการกลับไม่มีความคืบหน้า โดยวันที่ 6 ก.พ. 2567 ยังพบป้ายประกาศโครงการในพื้นที่ ขณะที่ร่างผังเมืองรวม กทม. ปรับปรุงครั้งที่ 4 กำหนดพื้นที่ดังกล่าวประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย (ย.1-ย.5) และไม่มีสัญลักษณ์บึงรับน้ำ อีกทั้งมีข้อมูลว่าที่ดินบางแปลงถูกถมและกลายเป็นบ้านจัดสรรแล้ว
ส่วนกรณีที่ กทม.ระบุว่าโครงการไม่คุ้มค่า ดร.อรรถวิชช์ แย้งว่า เอกสารประชาสัมพันธ์โครงการปี 2560 ระบุราคาที่ดินประมาณไร่ละ 1.9 ล้านบาท ใช้งบประมาณราว 254 ล้านบาท ขณะที่บึงคู้บอนสามารถรองรับน้ำได้ประมาณ 870,000 ลูกบาศก์เมตร และพื้นที่โดยรอบจะได้รับประโยชน์จากการมีพื้นที่รองรับน้ำ
อย่างไรก็ตาม ดร.อรรถวิชช์ ย้ำว่า ก่อนหน้านี้ตนในฐานะประชาชนเคยยื่นเรื่องต่อคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. ของสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้ตรวจสอบในฐานะประชาชนแต่มีการยุบสภาไปก่อน จึงนำกลับมาทวงถามอีกครั้งในฐานะ สส. พร้อมเรียกร้องให้ กทม. ชี้แจงเหตุผลที่ไม่ดำเนินการเวนคืน และไม่ถูกกำหนดในร่างผังเมืองฉบับใหม่
ดร.อรรถวิชช์ระบุว่า ติดตามเรื่องนี้มานานเกือบ 5 ปี โดยบึงคู้บอนเป็นแก้มลิง หลังคันกั้นน้ำฝั่งกรุงเทพฯ ตะวันออก ตามแนวพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยบึงนี้มีพื้นที่กว่า 130 ไร่ รองรับมวลน้ำได้ประมาณ 870,000 ลูกบาศก์เมตร
ทั้งนี้ โครงการผ่านขั้นตอนสำคัญมาแล้วหลายส่วน โดย ก.พ. 2560 กทม. จัดประชาพิจารณ์ มีประชาชนเข้าร่วม 122 คน และไม่มีผู้คัดค้าน ต่อมา 24 ก.ย. 2562 ผ่านการพิจารณาของสำนักงบประมาณตามมติ ครม. และวันที่ 30 พ.ย. 2564 มีการติดประกาศในพื้นที่แจ้งการเสนอร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตเวนคืน ขณะที่ปี 2565 โครงการยังอยู่ในแผนปฏิบัติราชการของสำนักการระบายน้ำที่ระบุว่าโครงการผ่านการรับฟังความคิดเห็นแล้ว
ดร.อรรถวิชช์ ตั้งข้อสังเกตว่า ภายหลังนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เข้ารับตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. โครงการกลับไม่มีความคืบหน้า โดยวันที่ 6 ก.พ. 2567 ยังพบป้ายประกาศโครงการในพื้นที่ ขณะที่ร่างผังเมืองรวม กทม. ปรับปรุงครั้งที่ 4 กำหนดพื้นที่ดังกล่าวประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย (ย.1-ย.5) และไม่มีสัญลักษณ์บึงรับน้ำ อีกทั้งมีข้อมูลว่าที่ดินบางแปลงถูกถมและกลายเป็นบ้านจัดสรรแล้ว
ส่วนกรณีที่ กทม.ระบุว่าโครงการไม่คุ้มค่า ดร.อรรถวิชช์ แย้งว่า เอกสารประชาสัมพันธ์โครงการปี 2560 ระบุราคาที่ดินประมาณไร่ละ 1.9 ล้านบาท ใช้งบประมาณราว 254 ล้านบาท ขณะที่บึงคู้บอนสามารถรองรับน้ำได้ประมาณ 870,000 ลูกบาศก์เมตร และพื้นที่โดยรอบจะได้รับประโยชน์จากการมีพื้นที่รองรับน้ำ
อย่างไรก็ตาม ดร.อรรถวิชช์ ย้ำว่า ก่อนหน้านี้ตนในฐานะประชาชนเคยยื่นเรื่องต่อคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. ของสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้ตรวจสอบในฐานะประชาชนแต่มีการยุบสภาไปก่อน จึงนำกลับมาทวงถามอีกครั้งในฐานะ สส. พร้อมเรียกร้องให้ กทม. ชี้แจงเหตุผลที่ไม่ดำเนินการเวนคืน และไม่ถูกกำหนดในร่างผังเมืองฉบับใหม่
บทความที่เกี่ยวข้อง


