แชร์

รู้จักกฎหมาย "จัดการกากอุตสาหกรรม" ฉบับ รทสช. รับการเปลี่ยนผ่านพลังงานสีเขียว

อัพเดทล่าสุด: 18 ก.ย. 2026
474 ผู้เข้าชม

 “กากอุตสาหกรรม” คืออะไร และเกี่ยวกับประชาชนอย่างไร?

กากอุตสาหกรรมไม่ได้หมายถึงเพียงขยะจากโรงงาน แต่รวมถึงสิ่งที่ไม่ใช้แล้ว ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้คุณภาพ วัตถุพลอยได้ ขยะอิเล็กทรอนิกส์ ซากรถยนต์ และของเสียจากภาคอุตสาหกรรม โดยกากบางประเภทอาจมีสารอันตราย หากจัดการไม่ถูกต้องอาจกระทบดิน น้ำ อากาศ สิ่งแวดล้อม และสุขภาพของประชาชน


 มีกฎหมายจัดการกากอุตสาหกรรมอยู่แล้ว ทำไมต้องมีกฎหมายใหม่?

ปัจจุบันการจัดการกากอุตสาหกรรมอยู่ภายใต้ พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535 และกฎหมายลำดับรอง เช่น ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง การจัดการสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว พ.ศ. 2566 ขณะที่ร่างกฎหมายของ รทสช. เสนอให้มีกฎหมายเฉพาะ เพื่อวางระบบจัดการตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง พร้อมเพิ่มกลไกด้านความรับผิดชอบ การเยียวยา และการบังคับใช้กฎหมาย


 รทสช. เสนอร่างกฎหมายนี้เพื่ออะไร และเกี่ยวข้องกับพลังงานสีเขียวอย่างไร?

ดร.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ เสนอร่างกฎหมายต่อสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 26 ส.ค. 2569 เพื่อวางระบบรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยีและพลังงานสีเขียว หรือ Green Energy Transition
.
เนื่องจากเทคโนโลยีใหม่ เช่น รถยนต์ EV แบตเตอรี่ และแผงโซลาร์เซลล์ เมื่อหมดอายุการใช้งานจะเกิดของเสีย จึงจำเป็นต้องมีระบบจัดการรองรับตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง


 ร่างกฎหมายนี้เกี่ยวข้องกับวงเงินกู้ของรัฐบาลอย่างไร?

ร่างกฎหมายมีเป้าหมายเพื่อวางกรอบทางกฎหมายรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยีและพลังงานสีเขียว ซึ่งรัฐบาลมีวงเงินประมาณ 2 แสนล้านบาท ภายใต้กรอบ พ.ร.ก.กู้ยืมเงินวงเงินรวม 4 แสนล้านบาท โดยต้องการให้การใช้เงินมีกรอบกฎหมายที่ชัดเจน และคำนึงถึงผลกระทบต่อประชาชน เกษตรกร และสิ่งแวดล้อม


 หัวใจสำคัญของร่างกฎหมายคืออะไร?

หลักสำคัญคือ “ผู้ก่อกำเนิดกากต้องรับผิดชอบจนกว่าจะกำจัดเสร็จ” แม้จะว่าจ้างบริษัทอื่นให้รวบรวม ขนส่ง หรือกำจัดกาก แต่หากผู้รับจ้างไม่ดำเนินการ ผู้ก่อกำเนิดกากยังคงต้องรับผิดชอบนำกากไปกำจัดให้เรียบร้อย
.
หลักการนี้ช่วยลดความเสี่ยงจากการลักลอบทิ้งหรือกำจัดกากไม่ถูกวิธี และกำหนดผู้รับผิดชอบให้ชัดเจนตั้งแต่เกิดกากจนถึงกำจัดเสร็จ


 ร่าง พ.ร.บ.จัดการกากอุตสาหกรรม พ.ศ. .... มีสาระสำคัญอะไรบ้าง?



ร่างกฎหมายวางระบบควบคุมกากอุตสาหกรรม ขยะอิเล็กทรอนิกส์ และซากรถยนต์ตลอดวงจร โดยกำหนดให้

• ผู้ก่อกำเนิดกาก เช่น โรงงานและสถานประกอบการ ต้องรับผิดชอบกากที่ตนสร้างขึ้นจนกว่าจะกำจัดเสร็จ

• ผู้รวบรวม ผู้ขนส่ง และผู้กำจัด ต้องขึ้นทะเบียนหรือขอใบอนุญาตตามประเภทความอันตรายของกาก

• ห้ามนำเข้ากากอุตสาหกรรมจากต่างประเทศ เว้นแต่ได้รับอนุญาตให้นำมาใช้เป็นวัตถุดิบ

• ห้ามทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์และซากรถยนต์ในที่สาธารณะ ที่รกร้าง หรือที่ดินของผู้อื่น

• จัดตั้ง “กองทุนอุตสาหกรรมยั่งยืน” เพื่อใช้เยียวยาเมื่อเกิดเหตุ สนับสนุนการปรับปรุงเทคโนโลยี และเป็นค่าใช้จ่ายในการสืบสวนปราบปราม

• กำหนดหลักประกันและประกันภัยภาคบังคับสำหรับผู้รวบรวม ขนส่ง และกำจัด เพื่อให้มีเงินรองรับความเสียหายเบื้องต้น

• กำหนดโทษทางอาญาและความผิดทางพินัย ตามความร้ายแรงของการกระทำ


 ร่างกฎหมายนี้มุ่งแก้ปัญหาอะไร?

ร่างกฎหมายมุ่งแก้ปัญหาสำคัญ 3 เรื่อง

1. เยียวยาความเสียหายให้เร็วขึ้น เมื่อเกิดสารพิษหรือกากอุตสาหกรรมรั่วไหล ให้มีกองทุนและหลักประกันรองรับ สามารถนำเงินมาแก้ไขหรือเยียวยาได้โดยไม่ต้องรอให้คดีสิ้นสุด

2. รองรับขยะจากเทคโนโลยีใหม่ โดยเฉพาะขยะอิเล็กทรอนิกส์ แบตเตอรี่ และอุปกรณ์จากรถยนต์ไฟฟ้าและโซลาร์เซลล์ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

3. ปิดช่องว่างทางกฎหมาย ให้การกำกับดูแลกากอุตสาหกรรม ขยะอิเล็กทรอนิกส์ และซากรถยนต์เป็นระบบครบวงจรมากขึ้น พร้อมเพิ่มกลไกป้องกันการลักลอบทิ้ง


 ร่างกฎหมายนี้เกี่ยวข้องอะไรกับประชาชน?

เกี่ยวข้องโดยตรงทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และสิทธิทางกฎหมาย โดยกำหนดมาตรการควบคุมมลพิษ และให้อำนาจเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ สั่งระงับ หรือสั่งปิดกิจการที่ก่อความเดือดร้อนตามเงื่อนไขของกฎหมาย
.
นอกจากนี้ ผู้ที่อาศัยอยู่ใกล้หรือได้รับผลกระทบจากสถานประกอบการที่กระทำผิด มีสถานะเป็น “ผู้เสียหาย” ตามที่ร่างกฎหมายกำหนด ทำให้มีสิทธิในกระบวนการยุติธรรมชัดเจนขึ้น


 ชาวบ้านได้อะไรจาก พ.ร.บ. ฉบับนี้?



• เยียวยาเร็วขึ้น หากเกิดสารพิษรั่วไหล เพราะมีหลักประกันและประกันภัยรองรับความเสียหาย

• ลดปัญหาการลักลอบทิ้ง กากพิษ ขยะอิเล็กทรอนิกส์ และซากรถยนต์ในพื้นที่รกร้างหรือแหล่งน้ำใกล้ชุมชน

• มีช่องทางทางกฎหมายชัดเจนขึ้น สำหรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

• มีแหล่งเงินรองรับการแก้ปัญหา ผ่าน “กองทุนอุตสาหกรรมยั่งยืน” ซึ่งสามารถนำมาใช้จัดการปัญหาและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ


 ขยะอิเล็กทรอนิกส์และซากรถยนต์จะถูกควบคุมอย่างไร?


ขยะอิเล็กทรอนิกส์ห้ามทิ้งในที่สาธารณะ ที่รกร้าง หรือที่ดินของผู้อื่น และห้ามทิ้งปะปนกับขยะทั่วไป รวมถึงห้ามถอดแยกชิ้นส่วนเอง เว้นแต่เข้าข้อยกเว้นตามกฎหมาย
.
ส่วนซากรถยนต์ห้ามทิ้งในที่สาธารณะหรือที่ดินของผู้อื่น และการกำจัดต้องดำเนินการโดยผู้ได้รับอนุญาต


 ประชาชนควรทำอย่างไรกับขยะอิเล็กทรอนิกส์?

ควรส่งมอบให้สถานรวบรวมหรือผู้กำจัดที่ได้รับอนุญาต เพื่อเข้าสู่กระบวนการจัดการที่เหมาะสม ไม่ควรนำไปทิ้งรวมกับขยะทั่วไปหรือถอดแยกชิ้นส่วนเอง


 ประเทศไทยจะกลายเป็นที่รับกากอุตสาหกรรมจากต่างประเทศหรือไม่?

ไม่ เพราะหลักการของร่างกฎหมายคือ ห้ามนำเข้ากากอุตสาหกรรมจากต่างประเทศ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม หรือผู้ที่อธิบดีมอบหมาย เพื่อนำมาใช้เป็นวัตถุดิบ


 หากโรงงานหรือผู้ประกอบการสร้างมลพิษ ประชาชนจะได้รับการเยียวยาอย่างไร?

ผู้ประกอบการที่ได้รับใบอนุญาตรวบรวม ขนส่ง หรือกำจัด ต้องมีหลักประกันค่าเสียหายและทำประกันภัย เพื่อรองรับความเสียหายต่อบุคคล ทรัพย์สิน และสิ่งแวดล้อม เงินดังกล่าวสามารถนำมาใช้บำบัดและขจัดความเสียหายเบื้องต้นได้อย่างเร่งด่วน โดยไม่ต้องรอผลพิสูจน์ความรับผิดทางกฎหมาย


 คนที่อยู่ใกล้พื้นที่เกิดเหตุถือเป็นผู้เสียหายหรือไม่?

ร่างกฎหมายกำหนดให้ประชาชนที่อยู่อาศัยใกล้เคียงหรือได้รับผลกระทบจากกากอุตสาหกรรม ถือเป็น “ผู้เสียหาย” ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ทำให้มีสิทธิในกระบวนการยุติธรรมชัดเจนขึ้น


 หากผู้ประกอบการไม่ยอมแก้ปัญหา รัฐทำอะไรได้บ้าง?

เจ้าหน้าที่สามารถเข้าตรวจ อายัดหรือยึดสิ่งของและเครื่องจักร สั่งหยุดกิจการชั่วคราว หรือเพิกถอนใบอนุญาตได้ตามเงื่อนไขของกฎหมาย
.
หากผู้ประกอบการไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง รัฐสามารถเข้าดำเนินการแทนและเรียกค่าใช้จ่ายตามจริง รวมทั้งเบี้ยปรับตามที่กฎหมายกำหนด
.
หากเกิดความเสียหายร้ายแรงและผู้ประกอบการไม่แก้ไข อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม หรือผู้ที่อธิบดีมอบหมายมีอำนาจยึดหรืออายัดที่ดินและทรัพย์สินเพื่อขายทอดตลาด แล้วนำเงินมาใช้บำบัด ฟื้นฟู และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ


 “กองทุนอุตสาหกรรมยั่งยืน” เกี่ยวอะไรกับประชาชน?

กองทุนเป็นกลไกด้านเงินทุนสำหรับป้องกัน แก้ไข และเยียวยาปัญหามลพิษและกากอุตสาหกรรม โดยเฉพาะกรณีฉุกเฉินหรือลักลอบทิ้งกาก
.
เงินกองทุนมาจากค่าปรับ ค่าธรรมเนียม เงินหลักประกันค่าเสียหาย เงินอุดหนุนจากรัฐบาล ผลประโยชน์จากการลงทุน และเงินหรือทรัพย์สินที่กำหนดให้โอนมาเป็นของกองทุน


 หากลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรม มีโทษอย่างไร?

• มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1 เดือนถึง 5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 50,000 บาทถึง 20 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

• ส่วนการนำเข้ากากอันตรายโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 3 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ


 ผู้บริหารหรือวิศวกรที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดต้องรับผิดด้วยหรือไม่?

หากความผิดเกิดจากการสั่งการ การละเว้น หรือการปฏิบัติหน้าที่ของวิศวกรซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบในการประกอบกิจการ (มาตรา 127) หรือของกรรมการ ผู้จัดการ หรือผู้รับผิดชอบในการดำเนินงานของนิติบุคคล (มาตรา 129) บุคคลดังกล่าวต้องรับโทษทางอาญาสำหรับความผิดนั้นด้วยเช่นเดียวกับนิติบุคคล
.
ทั้งนี้ ร่างกฎหมายยังกำหนดบทเพิ่มโทษกรณีกระทำผิดซ้ำในความผิดเดิมไว้เป็นการทั่วไป (มาตรา 128) ซึ่งใช้บังคับกับผู้กระทำผิดทุกรายตาม พ.ร.บ. นี้ ไม่ได้จำกัดเฉพาะวิศวกรหรือผู้บริหารเท่านั้น

 


บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้