แชร์

เกิดอะไรขึ้นกับ "บึงรับน้ำคลองคู้บอน" ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ต้องตอบ! ทำไมพื้นที่แก้มลิงหายไปจากผังเมือง?

อัพเดทล่าสุด: 2 ต.ค. 2026
234 ผู้เข้าชม

 บึงรับน้ำคลองคู้บอน คืออะไร? 

เป็นโครงการพื้นที่รับน้ำฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ บริเวณเขตคันนายาว ตามแนวทางพระราชดำริในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่จะต้องมีพื้นที่แก้มลิงรับน้ำหลังคันกั้นน้ำตามแนวพระราชดำริ โดยตามแผนเดิมมีพื้นที่ประมาณ 130 ไร่ และกำหนดความสามารถในการรองรับน้ำประมาณ 870,000 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งเป็น 3 เท่าของมวลน้ำที่ท่วมในเคหะคลองจั่น


 ทำไม รทสช. ถึงหยิบประเด็นนี้มาทวงถามอีกครั้ง 

เพราะกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก เผชิญปัญหาน้ำท่วมหลายพื้นที่ และเกิดข้อถกเถียงว่าเหตุใดโครงการที่มีการศึกษามาหลายปีจึงไม่ได้เดินหน้าต่อ และเหตุใดพื้นที่ดังกล่าวจึงไม่ได้ถูกกำหนดเป็นพื้นที่รับน้ำอย่างชัดเจนในร่างผังเมืองรวม กทม. ฉบับใหม่ 


 โครงการนี้ถูกคิดขึ้นมาเมื่อไหร่?

ถูกคิดขึ้นมาสมัยผู้ว่าฯ อัศวิน ขวัญเมือง ในสมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และมีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นเมื่อปี 2560 ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่และบริษัทอสังหาริมทรัพย์เจ้าของที่ดินได้เห็นชอบกับการเวนคืนที่ดิน 

 

 บึงคู้บอนเป็นเพียงโครงการเดียวหรือไม่?

ไม่ใช่ บึงคู้บอนเป็นส่วนหนึ่งของแนวคิดจัดหาพื้นที่รับน้ำหลายแห่งในกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก โดยตามโครงการยังมีบึงรับน้ำในพื้นที่ บางชัน คลองสามวา พระยาสุเรนทร์ และลำหม้อแตก เป็นต้น


 แล้วทำไมวันนี้จึงโฟกัสที่ “บึงคู้บอน” เป็นพิเศษ?

เพราะบึงคู้บอนเป็นโครงการที่มีรายละเอียดค่อนข้างชัด ทั้งขนาดพื้นที่ ความจุรับน้ำ การรับฟังความคิดเห็น แบบโครงการ และกระบวนการเกี่ยวกับการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน จึงเป็นกรณีที่สามารถย้อนตรวจสอบลำดับการดำเนินงานได้ค่อนข้างมาก



 ก่อนปี 2565 โครงการไปถึงขั้นตอนไหนแล้ว?

มีการออกแบบโครงการบึงคู้บอน มีการดำเนินการเกี่ยวกับร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืน และมีป้ายประกาศ ณ บริเวณโครงการลงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2564 

 

 แล้วปี 2565 โครงการยังอยู่ในแผนของ กทม. หรือไม่?

โครงการยังปรากฏในแผนปฏิบัติราชการของสำนักการระบายน้ำ กทม. ปี 2565 ซึ่งเป็นหนึ่งในหลักฐานที่เขานำมาใช้ตั้งคำถามถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับโครงการในเวลาต่อมา 


 ประเด็น “254 ล้านบาท” มาจากไหน?

เอกสารประชาสัมพันธ์โครงการในอดีตมาแสดง โดยระบุว่า ค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินสำหรับบึงคู้บอนอยู่ที่ 254 ล้านบาท และใช้ตัวเลขนี้โต้แย้งคำชี้แจงเรื่องต้นทุนโครงการในปัจจุบัน 


 แล้วตัวเลข “11,000 ล้านบาท” มาจากไหน?

ชัชชาติชี้แจงว่า ตัวเลขประมาณ 11,000 ล้านบาทเป็นการประเมินการดำเนินโครงการบึงคู้บอนและบึงบางชัน ซึ่งไม่ได้มีเฉพาะค่าที่ดิน แต่รวมการเวนคืนและระบบนำน้ำเข้า–ออก รวมถึงการปรับระบบน้ำที่เกี่ยวข้องด้วย โดยระบุว่าค่าเวนคืนในสองพื้นที่มีมูลค่ามากกว่า 5,000 ล้านบาท 


 แปลว่า 254 ล้านบาทกับ 11,000 ล้านบาทเปรียบเทียบกันตรงๆ ไม่ได้?

จากคำชี้แจงของทั้งสองฝ่าย เป็นตัวเลขคนละขอบเขต 254 ล้านบาทที่ รทสช. ยกมาเป็นค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน “คู้บอน” ในเอกสารเดิม ขณะที่ 11,000 ล้านบาทที่ชัชชาติกล่าวถึงเป็นประมาณการสำหรับ “คู้บอนและบางชัน” รวมต้นทุนองค์ประกอบอื่นด้วย ดังนั้นหากจะเปรียบเทียบให้ชัด จำเป็นต้องเห็นรายละเอียดประมาณการต้นทุนในปีและขอบเขตเดียวกัน 


 แล้วเหตุใด รทสช. จึงโต้ตัวเลข 11,000 ล้านบาท?

เพราะ รทสช. เห็นว่าการนำตัวเลขของคู้บอนและบางชัน รวมถึงต้นทุนส่วนอื่น มาตอบคำถามเฉพาะกรณีคู้บอน ทำให้ไม่เห็นว่าต้นทุนของคู้บอนเพียงโครงการเดียวเป็นเท่าใด จึงเรียกร้องให้ กทม. แยกตัวเลขออกมาให้ชัดเจน


 ประเด็นสำคัญจึงไม่ควรหยุดอยู่แค่ “254 ล้าน VS 11,000 ล้าน” ใช่หรือไม่?

คำถามที่ละเอียดกว่าคือ ปัจจุบันคู้บอนเพียงโครงการเดียวมีค่าที่ดินเท่าใด ค่าก่อสร้างเท่าใด ค่าระบบนำน้ำเข้า–ออกเท่าใด และอะไรทำให้ประมาณการเปลี่ยนจากแผนเดิม ซึ่งจะทำให้เปรียบเทียบตัวเลขได้บนฐานเดียวกัน


 ชัชชาติให้เหตุผลอย่างไรที่ไม่เดินหน้ารูปแบบเดิม?

ชัชชาติระบุว่า กทม. ต้องพิจารณาทั้งประสิทธิภาพทางวิศวกรรม ความเหมาะสมของพื้นที่ และความคุ้มค่าของงบประมาณ โดยพื้นที่คู้บอนและบางชันเป็นที่ดินเอกชนและต้องลงทุนทั้งการเวนคืนและระบบน้ำ จึงมีการพิจารณาทางเลือกอื่น 

 

 กทม.  “ยกเลิกแนวคิดแก้มลิง” หรือไม่?

ชัชชาติให้เหตุผลว่ามีทางเลือกอื่นในการจัดการปัญหาน้ำท่วมใน กทม. แต่โครงการยังไม่เห็นเป็นรูปธรรมจนทำให้น้ำยังท่วมในกรุงเทพฯ

 

 แล้ว กทม. เสนออะไรแทนบึงคู้บอนและบางชัน?

คำชี้แจงของชัชชาติกล่าวถึงการปรับปรุงระบบคลองและโครงสร้างระบายน้ำ รวมถึงระบบอุโมงค์ โดยประเมินทางเลือกดังกล่าวไว้ประมาณ 6,500 ล้านบาท



 ฝ่ายที่เรียกร้องบึงคู้บอนคัดค้านการสร้างอุโมงค์หรือไม่?

ตัวแทนประชาชนในพื้นที่ไม่ได้คัดค้านอุโมงค์ แต่ต้องการให้บึงคู้บอนทำงานควบคู่กับระบบอุโมงค์ เพื่อให้มีทั้งพื้นที่พักน้ำและระบบระบายน้ำออกจากพื้นที่ 



 แนวคิด “บึง + อุโมงค์” ต่างจาก “อุโมงค์อย่างเดียว” อย่างไร?

ในหลักการพื้นที่รับน้ำทำหน้าที่หน่วงหรือพักน้ำชั่วคราว ขณะที่อุโมงค์และระบบระบายน้ำทำหน้าที่เคลื่อนย้ายน้ำออกจากพื้นที่ 

 

 แล้วบึงคู้บอนเกี่ยวข้องกับร่างผังเมืองอย่างไร?

แนวพื้นที่โครงการไม่ได้ถูกกำหนดเป็นพื้นที่รับน้ำอย่างชัดเจนในร่างผังเมืองรวมฉบับใหม่ และกังวลว่าหากไม่สงวนพื้นที่ไว้ การรักษาพื้นที่สำหรับโครงการรับน้ำในอนาคตอาจทำได้ยากขึ้น 


 ร่างผังเมืองฉบับนี้ประกาศใช้แล้วหรือยัง?

ร่างผังเมืองดังกล่าวยังอยู่ในกระบวนการรับฟังความคิดเห็น โดยกำหนดช่วงดำเนินการถึง 9 พฤศจิกายน 2569 

 มีที่ดินของบริษัทอสังหาริมทรัพย์อยู่ในแนวโครงการจริงหรือไม่?

จริง มีแปลงที่ดินของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ของบริษัทเสนา ดีเวลลอปเม้นท์ (SENA) อยู่ในแนวพื้นที่โครงการ และแสดงการแบ่งแปลงย่อยบางส่วน 


 การที่บริษัทอสังหาริมทรัพย์ถือครองที่ดิน แปลว่าบริษัททำผิดหรือไม่?

บริษัทไม่ได้ทำผิดจากการเป็นเจ้าของที่ดิน ประเด็นที่ รทสช. ตั้งคำถามอยู่ที่การตัดสินใจของ กทม. ต่อโครงการ ไม่ใช่การกล่าวหาว่าการถือครองที่ดินของเอกชนเป็นความผิด 

 แล้วความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทอสังหาริมทรัพย์ กับ ผู้ว่าฯ กทม. ?

รทสช. ตั้งข้อสงสัยถึงความเชื่อมโยงดังกล่าว และการตัดสินใจของ กทม. เกิดจากผลประโยชน์หรือความสัมพันธ์ดังกล่าวหรือไม่


 ชาวบ้านในพื้นที่มีจุดยืนอย่างไร?

ชาวบ้านในพื้นที่สนับสนุนการสร้างบึงคู้บอน และมีการติดตามการดำเนินการโครงการมาตั้งแต่ปี 2560 และเคยหารือกับนายวิษณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯ กทม. ถึง 2 ครั้ง โดยต้องการให้มีพื้นที่พักน้ำควบคู่กับอุโมงค์ ไม่ใช่เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง 


 แล้วคำถามที่ กทม. ควรตอบให้ชัดที่สุดตอนนี้คืออะไร?

โครงการเดิมยุติหรือถูกทบทวนเมื่อไหร่ ด้วยเหตุผลอะไร ต้นทุนปัจจุบันของบึงคู้บอนเพียงแห่งเดียวเท่าไหร่ และระบบที่เลือกมาทดแทนให้ประสิทธิภาพด้านการรองรับและระบายน้ำแตกต่างจากแผนเดิมอย่างไร

 

  อรรถวิชช์ต้องการให้ชัชชาติลาออกหรือไม่?

รทสช. ไม่ได้เรียกร้องให้ชัชชาติลาออก แต่ต้องการให้ กทม. ทบทวนและนำโครงการบึงรับน้ำคู้บอนกลับมาพิจารณาเดินหน้าอีกครั้ง


 สุดท้ายแล้วเรื่อง “บึงคู้บอน” รทสช. ต้องการคำตอบเรื่องอะไร?

รทสช. ยืนยันว่าเรื่องนี้ ไม่ใช่เพียงการเถียงว่า 254 ล้านบาทหรือ 11,000 ล้านบาท แต่คือการทำให้ข้อมูลอยู่บนฐานเดียวกันว่า บึงคู้บอนเพียงแห่งเดียวมีต้นทุนจริงเท่าไหร่ ทำไมแผนเดิมจึงไม่ได้เดินหน้าต่อ เหตุใดพื้นที่จึงไม่ถูกกำหนดเป็นพื้นที่รับน้ำอย่างชัดเจนในร่างผังเมือง และระบบที่ กทม. เลือกใช้แทนสามารถชดเชยพื้นที่พักน้ำ 870,000 ลูกบาศก์เมตรได้อย่างไร นี่คือข้อมูลที่ประชาชนต้องใช้เพื่อประเมินทางเลือกในการจัดการน้ำของกรุงเทพฯ อย่างครบถ้วน 


บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้